Get Adobe Flash player

Login Form

Visitors Counter

000636061
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
143
273
1584
608936
6080
8518
636061

Your IP: 54.224.187.45
Server Time: 2017-11-23 10:03:02

Search

Contact Us

Sumter Forest Temple

2275 Thomas Sumter Hwy.

Sumter, SC 29153

Tel. 803-469-2494

E-mail: sumterforesttempe@hotmail.com

Banners

ชี้แจ้งเรื่องการเปลี่ยนชื่อวัด

เจริญสุขสวัสดีสาธุชนทุกท่าน

หลายท่านคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับปัญหาของวัดรัตนวนาราม ที่มีการเปลี่ยนชื่อของวัดใหม่ จาก Wat Rattanavanaram เป็น Sumter Forest Temple โดยได้ทำการยื่นขอเปลี่ยนชื่อของวัดต่อ SC Secretary of State มีผลตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 เป็นต้นมา มีญาติโยมหลายท่านได้สอบถามถึงเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ และมีการวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางเสียหายเพราะไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อคลายความสงสัยของสาธุชนทุกท่าน จึงขอชี้แจงดังนี้

1. เพราะอดีตผู้ก่อตั้งวัดที่ลาสิกขาออกไปแล้ว ในทางกฎหมายแล้วไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้อำนาจใดๆ ในการบริหารวัดได้อีก แต่แอบอ้างเอกสารเก่าที่จดทะเบียนตั้งแต่ตั้นบิดเบือนข้อเท็จจริงทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า ตัวเองเป็นผู้สร้างวัด เป็นเจ้าของวัด มีอำนาจเด็ดขาด สามารถจะสั่งใครให้ทำอะไร หรือให้ใครอยู่หรือไปก็ได้ ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว วัดเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ไม่มีใครสามารถอ้างสิทธิ์แสดงความเป็นเจ้าของได้ ทรัพย์สินของวัดที่ได้มาต้องใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์เท่านั้น ไม่สามารถจะนำมาใช้เป็นของส่วนตัวได้

2. หลังจากลาสิกขาแล้ว อดีตผู้ก่อตั้งวัด ได้ย้ายออกไปจากรัฐเซาท์ แคโรไลน่า ไปตั้งรกรากอยู่ที่รัฐอื่น แต่ไม่ยอมเอาชื่อของตัวเองออกจากบัญชีธนาคารของวัด ทั้งที่ตามความเป็นจริงและตามระเบียบบริหารวัด เมื่อลาสิกขาออกไปแล้ว ต้องคืนเอกสารและส่งมอบอำนาจต่างๆ คืนแก่กรรมการบริหารวัดและพระสงฆ์ที่อยู่ประจำ ต่อมาเมื่อไม่นานมานี้ อดีตผู้ก่อตั้งวัดคนดังกล่าวได้ใช้อำนาจที่มีตนมีลายเซ็นจัดการเปลี่ยนแปลงบัญชีของวัด และโยกย้ายเงินบางส่วนของวัดไปเปิดบัญชีที่ธนาคารอื่น โดยมิได้รับความเห็นชอบจากกรรมการบริหารชุดปัจจุบัน ทำให้วัดขาดสภาพคล่องทางการเงิน จนต้องเลื่อนการชำระบิลต่างๆ ออกไป ทำให้ต้องจ่ายค่าปรับเพิ่ม

3. อดีตผู้ก่อตั้งวัดได้แสดงอำนาจบาดใหญ่ใช้คำพูดไม่เหมาะสมแก่เพศภาวะและวุฒิภาวะของตนขมขู่คุกคามพระธรรมทูตและดูถูกญาติโยมที่ช่วยกันดูแลวัด โดยเฉพาะแสดงกิริยาเนรคุณต่อผู้ร่วมก่อตั้งวัด ผู้ร่วมเซ็นสัญญาซื้อที่ดินวัด และผู้ร่วมเซ็นกู้ยืมเงินสร้างวัด ทำให้ภาพพจน์ของวัดและพระธรรมทูตเสียหาย สร้างความเดือดร้อนให้แก่พระสงฆ์และญาติโยมที่อุทิศกายใจดูแลวัดอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย

4. อดีตผู้ก่อตั้งวัด ยังไม่ยอมลดราวาศอก ยังได้โทรศัพท์ไปหาสมาชิกของวัด บิดเบือนข้อมูล ใส่ร้ายป้ายสี สร้างความเสื่อมเสียให้แก่วัดและพระธรรมทูต ทำให้ญาติโยมที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงหลงชื่อและร่วมทำบาปด้วย การกระทำเช่นนี้ไม่ชอบด้วยหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนา และไม่ใช่สิ่งที่สัตบุรุษทั้งหลายทำกัน ทั้งๆ ที่คณะกรรมการบริหารวัดพยายามช่วยปกปิดความชั่วของอดีตผู้ก่อตั้งวัดมาโดยตลอด เพราะเห็นแก่ความดีที่เคยนำพาญาติโยมสร้างวัด

5. นอกจากนี้ ยังมีพระผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่ดูแลคณะสงฆ์ธรรมยุตในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้บิดเบือนข้อมูลว่า ท่านมีอำนาจบริหารวัดทุกวัดในสหรัฐอเมริกา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว วัดแต่ละแห่งต่างก็มีสถานะเป็นนิติบุคคล มีเอกสารการจดทะเบียน เอกสารการยกเว้นภาษีรายได้และภาษีทรัพย์สิน และกรรมการบริหาร เป็นเอกเทศ ไม่ขึ้นต่อกันในทางกฎหมาย หากแต่ทำงานร่วมกันในฐานะเป็นองค์กรพุทธศาสนาด้วยกัน โดยเฉพาะในการกรอกแบบฟอร์มขอยกเว้นภาษีจาก Internal Revenue Service วัดแต่ละวัดได้กรอกข้อมูลยืนยันความเป็นนิติบุคคลที่เป็นอิสระต่อกัน ไม่ได้ใช้หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีเดียวกัน ไม่ได้ใช้ใบยกเว้นภาษีร่วมกันแต่อย่างใด พระผู้ใหญ่ในระดับปกครองอาจได้รับมอบอำนาจจากคณะสงฆ์เมืองไทยให้ดูแลการทำงานของพระธรรมทูต อนุมัติการขอและต่ออายุหนังสือเดินทาง และประสานงานกับพระธรรมทูตต่างๆ ได้ แต่ไม่มีสิทธิ์ที่จะก้าวก่ายการบริหารของวัดนั้นๆ ตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา

การที่วัดแต่ละแห่งเข้าไปร่วมอยู่ในเครือของคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกายก็ดี ฝ่ายธรรมยุติก็ดี เป็นเพียงการประสานงานและร่วมมือกันทำงานเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่า วัดนั้นๆ เป็นสมบัติของคณะสงฆ์ ในความเป็นจริง วัดที่จดทะเบียนถูกต้อง ไดรับการยกเว้นภาษีรายได้ และภาษีที่ดิน เพียงแต่อาศัยการใช้ประโยชน์จากวัดเพื่อประโยชน์สาธารณะเท่านั้น เมื่อมีการยุบกิจการของวัดไป ต้องมอบกรรมสิทธ์ให้แก่เคาตี้และรัฐที่วัดนั้นๆ ตั้งอยู่เป็นผู้จัดการ โดยการพิจารณาของศาลตามที่ระบุไว้ในตามธรรมนูญการจดทะเบียนวัด

อย่างไรก็ตาม การที่วัดต่างๆ รวมกันเข้าไปอยู่ในเครือของแต่ละนิกาย จะช่วยให้การทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนามีเอกภาพ และช่วยสร้างภาพพจน์ที่ดีให้แก่คณะสงฆ์ในสหรัฐอเมริกา ในสายตาของพระมหาเถระที่มีหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์ในประเทศไทย ถึงแม้ท่านจะไม่รู้ข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับการสร้างวัดในสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม อดีตผู้ก่อตั้งวัดรัตนวนาราม เคยยื่นขอเข้าอยู่ในความดูแลของคณะสงฆ์ธรรมยุตในสหรัฐอเมริกา แต่ผู้บริหารชุดใหม่เป็นพระสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ได้ทำการแก้ไขเอกสารของวัดทั้งหมดให้ถูกต้องตามกฎหมาย แล้วได้แจ้งขอถอนวัดออกจากความดูแลของคณะสงฆ์ธรรมยุต ทั้งไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมกับคณะสงฆ์ธรรมยุตในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา แต่ทางคณะสงฆ์ธรรมยุตยังคงแอบอ้างใส่ชื่อของวัดในทำเนียบวัดในความดูแลของคณะสงฆ์ธรรมยุตมาโดยตลอด เป็นการกระทำที่ผิดระเบียบการบริหารและสิทธิตามกฎหมายของวัด นอกจากนี้ยังไม่ชอบด้วยกฎหมายของ Internal Revenue Service ซึ่งทางวัดได้รายงานต่อ Internal Revenue Service เรียบร้อยแล้ว

ดังนั้น เพื่อให้การบริหารวัดดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น และเพื่อให้พระธรรมทูตสามารถทำงานเป็นอิสระเต็มความสามารถ คณะผู้บริหารชุดปัจจุบัน จึงได้ทำการเปลี่ยนชื่อของวัดใหม่ รวมทั้งเปลี่ยนเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับวัด เปลี่ยนบัญชีธนาคารใหม่ ให้พระสงฆ์มีอำนาจเด็ดขาดในการดูแลวัด อนุญาตให้มีผู้ลงนามเป็นพระสงฆ์อย่างน้อยสองรูป และเข้มงวดในการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายของวัด โดยได้รายงานการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบในแต่ละขั้นตอน และได้รับการอนุมัติถูกต้องตามกฎหมายแล้วทุกอย่าง หากต้องการดูเอกสารทั้งหมด ขออนุญาตดูได้ที่เลขานุการของวัด

ในอนาคตอันใกล้นี้ ทางวัดจะได้ยื่นขอเข้าไปอยู่ในความอนุเคราะห์ของคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ซึ่งเป็นเพียงการร่วมมือกันในการทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา และอำนวยความสะวดกแก่พระธรรมทูตในการขอและต่ออายุหนังสือเดินทางเท่านั้น ไม่ได้มีพันธะตามกฎหมายแต่อย่างใด การบริหารจัดการวัดยังคงเป็นอิสระตามระเบียบบริหารวัด และต้องไม่ขัดต่อกฎหมายของรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลกลางที่เกี่ยวข้อง

ฉะนั้น จึงแจ้งมาให้ทราบโดยทั่วกัน และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนวัดของเราด้วยดีตลอดมา

คณะกรรมการบริหาร

ป้ายชื่อของวัดป่าซัมเตอร์

ป้ายชื่อของวัดป่าซัมเตอร์
ขออนุโมทนาและขอบคุณญาติโยมที่ร่วมบริจาคสร้างป้ายชื่อของวัดป่าซัมเตอร์ ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขความเจริญตลอดไป...